ความทรงจำจากวันวาน
posted on 21 Feb 2008 04:38 by ayuruka
กี่วัน กี่คืนที่ล่วงเลยมานับแต่สอบเสร็จและจบการศึกษา
เราใช้เวลาให้ผ่านไปเรื่อยๆ ประหนึ่งว่าชีวิตไม่มีอะไร และไร้จุดมุ่งหมาย
หนทางที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้านั้นจะพาเราไปยังแห่งหนใดก็มิอาจทราบได้
แต่ที่แน่ๆ วันนี้เราใจหายที่ต้องจากเพื่อนไป ทุกคนเริ่มออกเดินทางและหาหนทางของตัวเอง
มันเหมือนทางแยกที่ต่างคนต่างก็เลือกทางที่จะไป
4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัยทำให้เราได้รู้ซึ้งถึงคำว่าชีวิต
แม้วันนั้นยังไม่ได้ออกมาเผชิญชีวิตภายนอก แต่สังคมที่นั่นเป็นเหมือนก้าวแรกให้เราได้เรียนรู้ชีวิต
ผ่านช่วงเวลาแห่งความสุข ความเศร้า หัวเราะ ร้องไห้ เหน็ดเหนื่อย การทรยศ การให้อภัย
การเรียนรู้ ความเหงา ความรัก มิตรภาพ ความขัดแย้ง การนินทา ความเจ็บปวด กิจกรรม(มากมาย)
ประสบการณ์ในอดีตหล่อหลอมให้เราเป็นเราจนถึงทุกวันนี้
(เป็นคนที่มีความคิดแปลกแยก ไม่เหมือนใคร พร้อมที่จะเรียกร้องในสิ่งที่เห็นว่าไม่เป็นธรรม)
แม้ว่าเราจะไม่ใช่คนที่ดีพร้อม หรือดีที่สุด
แต่อย่างน้อยเราก็เชื่อว่า เราใช้ชีวิตได้คุ้มค่า เป็นประสบการณฺที่มิอาจหาได้ในห้องเรียน
คลาสเรียนม่ายได้สอนให้เราเผชิญชีวิตมากนัก ที่เราทำได้คือการก้าวไปเผชิญกับมันด้วยตัวเราเอง
เราจะยังยืนหยัดด้วยความมั่นคง แม้มิอาจคาดเดาหนทางภายหน้า
แต่เราอยากเริ่มต้นที่จะทำวันนี้ให้ดีที่สุด หนทางเบื้องหน้า ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคต
วันนี้เราต้องกลั้นน้ำตาและก้าวข้ามผ่านความรู้สึกที่ค้างคาในจิตใจเราให้จงได้
เพื่อนๆจ๋า...กูรักมึงว่ะ ขอสัญญาว่าจะไม่ลืมพวกแกเลย ไอ่เพื่อนยาก
ความทรงจำในอดีตจะเป็นสิ่งที่ผลักดันให้เราก้าวเดินต่อไป แม้หนทางจะไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ
แม้จะต้องเผชิญกับสิ่งที่มิอาจควบคุมหรือคาดเดาได้
นั่งพิมพ์ไปก็หวนรำลึกถึงความหลังตั้งแต่ก้าวแรกสู่รั้วมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ความทรงจำครั้งหลังยังคงเด่นชัดอยู่ในใจ
ประสบการณ์รับน้อง การทำกิจกรรมมากมาย การเข้าร่วมสโมสรนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์
หรือแม้กระทั่งการทำกิจกรรมในเมเจอร์ ทุกอย่างทำให้เราเรียนรู้ว่า การทำสิ่งใดก็ตาม มันไม่ได้ราบรื่นดังที่เราคาดหวัง(สูง)
การทำงานร่วมกับคนต่างที่ต่างครอบครัว ทำให้เราเรียนรู้ที่จะปรับตัว
แม้บางครั้งอาจจะรู้สึกว่า ทำไมเราต้องมาเจอคนแบบนี้ด้วยวะ ทำกิจกรรมก็เหนื่อย
ทุ่มเทเวลาไปโดยไม่คิดถึงเวลาส่วนตัวของตน แต่ผลที่ได้รับอาจจะไม่ได้ดังที่คาดหวังไว้
งานชิ้นสุดท้ายที่เราทุ่มเทสุดๆ เพื่อให้มันออกมาอย่างที่คาดหวังและประสบความสำเร็จ นั่นก็คือ Présentation เรื่อง Topaze
ทุกข้อความทุกคำพูดที่เราบรรจงแต่งเติมบทบาทเข้าไปล้วนออกมาจากความรู้สึกและความคิดของเรา
(ใครว่าเขียนบทไม่เหนื่อย แม้จะเป็นบทละครเวทีเล็กๆ แต่เหนื่อยมากๆๆๆๆ)
ความรู้สึกที่อัดอั้นอยากจะเรียกร้องบางสิ่งบางอย่าง อยากจะให้คนบางคนได้ยิน ได้รับรู้ และสำนึกตน
ละครเสียดสีเรื่องนี้สะท้อนความรู้สึกลึกในใจที่เราเก็บไว้
เราพร้อมที่จะส่งผ่านมันออกไป เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ใครคนหนึ่งที่เป็นที่เคารพรักและน่านับถือ
เราจึงเขียนออกไปโดยไม่คำนึงถึงอนาคตที่เราจะต้องเผชิญเลย
ถือว่างานนี้เราทำดีที่สุดเท่าที่เราอยากทำแล้ว
ทุ่มเทกายใจไป แล้วผลตอบรับก็ออกมาดีแบบที่เราคาดหวังไว้
แม้จะเหนื่อย แต่เราก็ยังคงรู้สึกดีที่เราได้ถ่ายทอดมันออกมา
ได้ทำงานร่วมกับเพื่อนสนิท และผ่านช่วงเวลาที่ลำบากมาด้วยกัน
แปลกนะ เราทำแต่งานเบื้องหลังที่ไม่มีใครเห็นหัว
เป็นงานที่ทำให้คนเบื้องหน้าได้รับความชื่นชม
แต่อย่างว่าแหละ ทำๆไปเหอะ เพราะอย่างเราเราก็เป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ทำให้เครื่องจักรทำงานต่อไปได้
แม้ใครหลายๆคนอาจจะไม่เห็นคุณค่าของฟันเฟืองตัวนี้ แต่อย่างน้อยงานก็เดิน
มันทำให้เรานึกถึงตอนเด็กๆ แม่เรามักจะอ่านทำนายดวงชะตา แม่ยังพูดอยู่บ่อยๆเลยว่า ดวงเราเหมือนคนที่ปิดทองหลังพระ
เราคิดว่า แม้จะไม่มีใครเห็นการกระทำนี้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้พระสวยงามทั้งองค์ได้ สังคมเราทุกวันคงต้องการคนอย่างนี้แหละ
ร่ายมาซะยาว ที่จริงก็ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากเก็บเป็นบันทึกจากวันวาน
ให้เรารู้ถึงตัวตนของตัวเอง เผื่อวันหนึ่งหวนกลับมาอ่าน เราจะได้ยืนหยัดเป็นตัวของตัวเองต่อไป
ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสสังคมเช่น Topaze
เราจะไม่สูญเสียความเป็นตัวเองของเราไปโดยเด็ดขาด แม้ว่าภายหน้าเราต้องเผชิญกับสิ่งใดก็ตาม
ต้นไม้อ่อนจากวันวาน เติบโตออกดอกจนเบ่งบานมาแล้ว
edit @ 21 Feb 2008 04:42:25 by L'amour éternel